วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข้อเสีืยของ Social Network


1. Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง ถ้าผู้ใช้ขาดวิจารณญาณหรือไม่ระมัดระวัง อาจโดนล่อลวงผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อจุดประสงค์ร้ายได้

2. กรณีผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ในทางเสียหาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ เพราะมีเว็บไซต์ ผู้ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ในเวบไซต์บางเวบ จะมีระบบการป้องกันข้อมูลของเรา ดังนั้น ก่อนที่เรา จะลงประวัตฺส่วนตัว หรือ กรอกข้อมูลใด ๆ เราก็ควรที่จะเข้าไปตั้งค่า ความเป็นส่วนตัวก่อนที่จะ กดตกลง ให้เผยแพร่ข้อมูลของเราได้ ซึ่งถ้าเราต้องการที่จะเผยแพร่คี่บางส่วน เราก้สามารถเลือก function ได้ โดยส่วนมากจะมีระบบการป้องกันแบบนี้อยู่

3. เนื่องจาก Social Network Service เป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ชมและแสดงความคิดเห็น อาจเป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้างได้ ดังนั้น การที่เรา จะนำรูปภาพส่วนตัว หรือ รูปภาพใด ๆ ที่ล่อแหลม หรือ ออกแนวไปทางที่ไม่ดี สื่อลามก หรืออะไรก็ตาม ควรที่จะระมัดระวัง เพราะ เวบไซต์เหล่านี้ ส่วนมากจะไม่มีระบบป้องกันในส่วนของรูปภาพมากนัก บุคคลอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่ม เดียวกับเรา ก็อาจจะ Copy รูปภาพของเราไปกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย หรือ ในทางที่ไม่ดีได้ง่ายมาก

4. ระบบ Social network นั้นมีจุดประสงค์ที่จะให้ทำความรู้จักกัน เผยแพร่ หรือ ประกาศใดๆ ดังนั้น การเปิดรับเพื่อนจำนวนมาก ก็จะเป็นอันตรายอีกทางหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสังคม ขึ้นมาได้ เพราะผู้ใช้ ก็ไม่สามารถที่จะ รับทราบข้อมูลที่แท้จริงของเพื่อนใน network เดียวกันได้ ซึ่งแต่ละคน อาจจะใช้ ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง หลอกลวง หรือ ล่อหลอก เราได้ เพียงแค่ต้องการ หวังผลประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดจากคนอื่น ๆ

ดังนั้นหากเราเป็น หนึ่งในกลุ่มคนที่ชื่นชอบใน ระบบ Social Network แล้ว เราก็ควรที่จะใช้มันให้ถูกวิธีและเหมาะสม ไม่สร้างปัญหาและทำความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ปกป้องในสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถมาละเมิดสิทธิของเราได้ และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก คือการใช้งานของเยาวชน ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นได้


REFERENCE :

http://keng.com/2008/08/09/what-is-social-networking/

http://community.blogtika.com/?title=social-network&more=1&c=1&tb=1&pb=1

http://gungmct7.multiply.com/reviews/item/3

http://www.oknation.net/blog/singhzzz/2010/09/26/entry-1


วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข้อดี ของ Social Network


1) ช่วยให้การสื่อสารของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น รวดเร็ว, ทันสมัย และ

ประหยัดค่าใช้จ่าย

2) เป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือ ลูกค้าอีกรูปแบบหนึ่ง

3) ง่ายต่อการสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร กลุ่ม หรือ สังคมใหม่ๆ

ที่ไม่รู้จักมาก่อน

4) เป็นการสร้างชื่อเสียงของคุณเองและ ภาพลักษณ์ให้ผู้อื่นได้รู้จักมากขึ้น

5) เข้าถึงข้อมูล ข่าวสารได้เร็ว ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย

6) เป็นแหล่งรวมข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถนำเสนอหรือเผยแพร่

และแสดงความคิดเห็นหรือเปิดโอกาส ให้ผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็นด้วย

สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้งคำถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจ

หรือมีคำตอบได้ช่วยกันตอบ

7.) ใช้เป็นสื่อในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสำหรับในรูปแบบ

ของบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้า

8.) ช่วยสร้างโอกาส, ผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งานและเกิดการจ้างงานแบบ

ใหม่ๆ ขึ้น


REFERENCE :


วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจาก Social Network


ในช่วงหนึ่งประเทศไทยของเรานั้นได้มีเวปไซต์ประเภท Social network เข้ามาโดยที่ทุกคนอาจจะเคยจำได้ว่า www.hi5.com เป็นเวปไซต์ประเภท Social network ที่ได้รับความนิยมสูงมาก ซึ่งในช่วงต้นนั้น hi5 ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษเท่านั้นเนื่องจากในช่วงนั้นทาง hi5 มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งต่อมาhi5ได้มีการพัฒนาให้มีเมนูภาษาไทยขึ้นมา ทำให้ hi5 ได้รับความนิยมสูงมากในประเทศไทย มีผู้ใช้เป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งล้านคนในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่งในยุคนั้น ทุกคนก็ให้ความสำคัญกับเวปไซต์ดังกล่าวค่อนข้างมากเพราะหลังจากการได้รับความนิยมที่สูงทำให้เกิดการนำเอา hi5 มาใช้ในการทำผิดกฏหมายในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่นที่ปรากฏในข่าว รวบพระขอนแก่นหื่น แชท hi5 ลวงสาวข่มขืน พระหนึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้เข้าไปเล่นอินเตอร์เน็ตในโปรแกรม hi5 ก่อนที่จะรู้จัก น.ส.น้ำ ซึ่งเป็นชาว จ.ชัยภูมิ มานานกว่า 2 สัปดาห์ จึงนัดกันมาพบที่ จ.ขอนแก่น และนำเข้าพักภายในวัดก่อนที่จะลงมือข่มขืน จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวจับกุมตัว (ที่มาhttp://hilight.kapook.com/view/21288)

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสังคมเรามีเรื่องราวปัญหาและผลกระทบเกี่ยวกับอิทธิพลของ Social network ที่มีชื่อว่า HI5 มาแล้วทุกคนอาจจะลืมไปแล้วว่า HI5ทำให้เกิดปัญหามากมาย แต่แล้วทุกคนก็ยังคงให้การตอบรับและนิยมที่จะเข้าร่วม สังคมออนไลน์ต่อไป นี้Facebook กำลังจะบ่อนทำลายสังคมไทยหรือไม่ ทั้งที่ก็เคยมีปัญหาเกิดขึ้นจากในอดีตมาแล้ว แต่สังคมไทยก็ไม่มีการเรียนรู้จากปัญหาที่เคยเกิดขึ้น แต่กลับมากล่าวถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นใหม่ ก็อาจจะเป็นปัญหาแบบเดิม ๆ ก็เป็นได้

การที่กระแสของ hi5เริ่มลดลงทำให้กลุ่มผู้ใช้งานเวปไซต์ดังกล่าวได้เปลี่ยนไปใช้งานเวปไซต์ www.Facebook.com ซึ่งการเข้ามาของ Facebook ในประเทศไทยเมื่อปี 2006 นั้นเริ่มมีการแพร่หลายในกลุ่มของนักศึกษาที่เรียนอยู่ในต่างประเทศ และเริ่มขยายตัวเข้ามาในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษเท่านั้นเนื่องจากในช่วงนั้นทาง Facebook มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ Facebook มีแอปพิเคชั่นที่หลากหลายมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ hi5 ซึ่งแอปพิเคชั่นที่หลากหลายอาทิเช่นเกมที่มีให้เลือกเล่นมากกว่าหนึ่งร้อยเกม ซึ่งในปัจจุบันเกมที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น Framville ที่สมาชิกของFacebookเรียกกันเป็นภาษาไทยว่าเกมส์ปลูกผัก หรือเกม Café world ที่ได้รับความนิยมสูงมาก

ในส่วนของแอปพิเคชั่นที่มีชื่อว่า Friend for sale ที่สามารถซื้อเพื่อนของตนเองมาไว้กับตนเองและสามารถสั่งให้ไปทำงานตามที่สั่งได้อย่างเช่นสั่งให้ไปล้างห้องน้ำให้ไปแกล้งบุคคลอื่น ยังไม่รวมไปถึงการสนทนาส่วนตัวในFacebook ที่มีการแชทกันได้ใน Facebook

Facebook เป็นเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2004 และ Facebook ก่อตั้งโดย Mark Zuckerberg ผู้ใช้สามารถเพิ่มคนเป็นเพื่อนและส่งข้อความและ update โปรไฟล์ส่วนตัวของพวกเขาเพื่อแจ้งเพื่อน ๆ เกี่ยวกับตัวเอง นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมเครือข่ายFacebook ได้พบกับการถูกบล็อกในหลายประเทศรวมทั้งปากีสถาน ซีเรีย จีน เวียดนาม และอิหร่าน Facebook ได้รับการห้ามใช้สถานที่ทำงานเพื่อเป็นการไม่ให้พนักงานสูญเสียเวลาในการทำงาน Facebook ความเป็นส่วนตัวยังเป็นปัญหาและได้รับการโจมตีหลายครั้ง (ที่มาhttp://en.wikipedia.org/wiki/Facebook) ด้วยระยะเวลาเพียง 6 ปี เว็บไซต์นี้ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านทั่วโลก จากการเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ใช้งานทำให้เกิดปัญหากับสังคมที่มากขึ้นตามจำนวนของผู้ใช้งาน

อีกตัวอย่างของปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย คือ ตามข่าวที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ติดใจกรณีที่ มาร์ค V11 นายวิทวัส ท้าวคำลือ ผู้สมัคร เข้าแข่งขันรายการอะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง ผ่านทางเครือข่ายออนไลน์ Facebook โดยเห็นว่า การถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น เป็นเรื่องที่ปกติ แต่หากมีการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ก็เห็นว่า เป็นการไม่สมควร ทั้งนี้หากเจ้าตัวกลับไปคิดและรู้สึกตัวแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้ามาขอขมา

(ที่มาhttp://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=343662&ch=pl1)

ซึ่งปัญหาดังกล่าวสิ่งที่นายวิทวัส ท้าวคำลือได้มีการลงข้อความบนกระดานFacebookของตนองตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม โดยไม่ได้คิดว่าจะมีผลกับตนเองอย่างที่เกิดขึ้น เพราะการลงภาพหรือข้อความต่างๆลงบนFacebookนั้นไม่ได้มีความเป็นส่วนตัวเพราะคนที่เป็นเพื่อนของคุณทั้งหมดสามารถอ่านข้อความต่างๆที่คุณได้ลงเอาไว้บนกระดานของตัวคุณเองรวมไปถึงรูปภาพต่างๆ ที่มีการนำลงไปในFacebookของแต่ละคนบางภาพอาจจะเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม แต่การนำเอาไปลงบนFacebookแล้วนั้นเป็นเผยแพร่ไปสู่คนจำนวนมาก บางครั้งภาพของผู้หญิงที่ดูไม่เหมาะสมอย่างเช่นการถ่ายภาพตนเองกำลังเมาสุรา ภาพของตนเองกับบุคคลอื่นในเชิงชู้สาว ภาพของตนเองนุ่งน้อยห่มน้อย ภาพที่ลงบนFacebookอาจจะกลับมาทำร้ายคุณอย่างที่ มาร์ค V11 นายวิทวัส ท้าวคำลือได้รับก็เป็นได้...


REFERENCE :

http://keng.com/2008/08/09/what-is-social-networking/

http://community.blogtika.com/?title=social-network&more=1&c=1&tb=1&pb=1

http://gungmct7.multiply.com/reviews/item/3

http://www.oknation.net/blog/singhzzz/2010/09/26/entry-1

Social network เว็บไซต์ที่เราคุ้นเคย


10 อันดับ Social Network ที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ คือ

1. MySpace.com
2. FaceBook.com
3. Orkut.com
4. Hi5.com
5. Vkontakte.ru
6. Friendster.com
7. SkyRock.com
8. PerfSpot.com
9. Bebo.com
10. Studivz.net

Social network ในส่วนที่เป็นเว็บไซต์ เริ่มเข้ามามีบทบาท และเป็นที่นิยมกันมากในหมู่เยาวชนไทย ซึ่งพูดได้ว่า ไม่มีวันรุ่นไทยหรือต่างชาติคนไหนที่ไม่รุ้จักเว็บไซต์เหล่านี้ จนกระทั่งขณะนี้ ความนิยม ก็ยังไม่ลดลง เลยแม้แต่น้อย

เป้าหมายและการใช้งานจะเน้นในเรื่อง File sharing ซึ่งเป็นเครือข่ายโปรดของวัยรุ่นหรือบุคคลทั่วไปในการโชว์และพรีเซนต์ Portfolio

เว็บไซต์ Social network นั้นไม่ใช่เพียงแต่ใช้ในการสนทนาเล่าเรื่องราวของตนเองเท่านั้น แต่ยังมีอีกมากมาย ที่มีไว้สำหรับแบ่งปันเรื่องราวเฉพาะเจาะจงโดยไม่มีเรื่องอื่นมาปะปนด้วย เช่น ถ้าใครอยากจะรับรุ้เรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ก้ให้เข้าไปที่หน้าเว็ปไซด์ odoza(โอโดซ่า) นี้ได้ ซึ่งเป็นเว็บไซด์ของคนไทยทำเอง ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้เหมือนกับใน facebook หรือ ที่อื่น ๆ

แต่จะเป็นการแลกเปลี่ยนเฉพาะเรื่องราวในหน้าเว็บเท่านั้น

อีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับเว็บไซต์ Social Networking ไม่เพียงแต่สร้างสังคมคนที่ชื่นชอบอะไรที่เหมือนกันแล้ว ยังเป็นฐานข้อมูลชั้นดีให้กับนักการตลาด หากเรารู้จักที่จะใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์เหล่านี้ในการเข้าถึงตัวตนของลูกค้า เราก็จะสามารถเข้าใจและสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของเราได้อย่างใกล้ชิด โดยอาจจะใช้ในการโปรโมทสินค้าแทนการใช้ เว็บไซต์ขายสินค้าโดยตรง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เสมือนการบอกต่อกันเองในหน้าเว็บไซต์ ของตนเอง ซึ่งก็อาจจะมีข้อดี แต่ก็อาจแฝงไปด้วยข้อเสียด้วย


REFERENCE :

http://keng.com/2008/08/09/what-is-social-networking/

http://community.blogtika.com/?title=social-network&more=1&c=1&tb=1&pb=1

http://gungmct7.multiply.com/reviews/item/3

http://www.oknation.net/blog/singhzzz/2010/09/26/entry-1

Social Networking

Social network คือ แหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและความสัมพันธ์บนโลกอินเตอร์เน็ท ตัวอย่าง เช่น ปกติเราจะพูดคุยและสื่อสารกันธรรมดากับเพื่อนหรือคนรู้จักเท่านั้น
แต่เมื่อเป็น social network เราจะสามารถเข้าเว็บไซต์ เพื่อทำการเลือกกลุ่มที่เราสนใจ และเรื่องอื่น ๆ ที่ผู้อื่นสนใจได้ และเข้าไปเล่าเรื่องที่ตนเองพบเจอมา หรือ เรื่องราวที่เราต้องการเผยแพร่ เมื่อเวลาผ่านไป บรรดาผู้คนจากทั่วโลก จะมองเห็นข้อความหรือ สิ่งที่เราโพสไว้ และเข้ามาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับในเรื่องของเรา ซึ่งจะเห็นได้ว่า นี้คืออีกสังคมหนึ่งที่เราสามารถทำอะไรก็ได้อย่างอิสระเสรีในทางความคิด

สำหรับ Social network ในสังคมเราปัจจุบัน ถือเป็นสิ่งที่ผู้คนให้การยอมรับและมีความนิยมกันมาก โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน รวมไปถึงบุคคลทั่วไป ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักสิ่ง ๆนี้

Social network มีได้หลายรูปแบบและหลายเส้นทางในการติดต่อ ส่วนมากที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เช่น MSM Messenger, Yahoo, Google talk, Sky, ICQ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่สามารถติดต่อ และพูดคุยกันผ่านเครือข่ายระบบอินเตอร์เนตได้ ซึ่งก้ถือว่า เป็นอีกสังคมหนึ่งที่นิยมใช้ในการติดต่อสื่นสารกันอย่างแพร่หลาย และไม่เพียงแต่พูดคุยเท่านั้น ยังสามารถส่งไฟล์รูปภาพและไฟล์เสียงหรือส่งเสียงจริงๆ ในการพูดคุยสื่อสารกันได้ เหมือนพูดคุยโทรศัพท์เรยที่เดียว